11 วิธีเพิ่มความปลอดภัยในบ้าน สร้างความอุ่นใจด้วยระบบที่ทุกบ้านควรมี
บ้านคือพื้นที่ที่เราคิดว่า “ปลอดภัยที่สุด” แต่บางครั้งเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นได้ไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าจะแก๊สที่ลืมปิด ไฟที่เปิดทิ้งไว้ หรือสถานการณ์แปลกๆ ที่ชอบมีคนมาด้อมๆ มองๆ อยู่แถวบ้าน ความปลอดภัยในบ้านจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะนั่นอาจหมายถึงความปลอดภัยของ ‘ชีวิต’ ด้วย
ทุกวันนี้เรามีตัวช่วยมากมาย ทั้งกล้องวงจรปิด ระบบสัญญาณกันขโมย ระบบตรวจจับควันหรือก๊าซ ไฟส่องสว่างอัตโนมัติ และอุปกรณ์ล็อกประตู - หน้าต่างแบบเสริม ที่ช่วยให้เราสบายใจขึ้นอีกระดับ เพราะบ้านที่ดี ไม่ใช่แค่สวยน่าอยู่ แต่ต้องรู้สึกมั่นใจได้ในทุกช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ข้างในด้วย

สาระน่าสนใจ
- ความปลอดภัยในบ้าน คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและเหตุไม่คาดคิด ทำให้คนในบ้านใช้ชีวิตสบายใจ ไม่ต้องคอยกังวลตลอดเวลา
- ระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านพื้นฐานที่ควรติดตั้ง เช่น กล้องวงจรปิด ระบบกันขโมย เซนเซอร์ควัน - แก๊ส และไฟส่องสว่างอัตโนมัติ จะช่วยให้รับรู้ความผิดปกติได้ทันทีและลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด ยิ่งทำงานร่วมกันหลายระบบยิ่งทำให้บ้านปลอดภัยขึ้น
- อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในบ้านควรมีตัวล็อกเสริม เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว แผ่นกันลื่น พรมกันลื่น และรางเก็บสายไฟ เป็นอุปกรณ์ที่ราคาไม่สูงแต่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก เหมาะสำหรับทุกบ้านโดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยง
- การจัดบ้านให้ปลอดภัยเริ่มจากการเก็บของให้เข้าที่ ลดจุดอับสายตา และตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าเสมอ ช่วยให้บ้านใช้งานสะดวก และลดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นได้
- อิเกียมีทั้งอุปกรณ์จัดบ้านและสินค้าเพื่อความปลอดภัย เช่น รางเก็บสายไฟ ตัวล็อกเฟอร์นิเจอร์ แผ่นกันลื่น ตลอดจนโคมไฟอัจฉริยะที่ช่วยให้บ้านสว่างขึ้น
- ไปหน้าข้อมูลสินค้า
1. ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV)
กล้องวงจรปิดช่วยให้บ้านปลอดภัยขึ้น เพราะสามารถเฝ้าระวังพื้นที่รอบตัวได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เปิดดูผ่านมือถือได้แบบเรียลไทม์ ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมากในวันที่ไม่มีใครอยู่บ้าน ควรเลือกกล้องที่มี Night Vision เพื่อให้ภาพคมชัดในที่มืด รวมถึงระบบบันทึกภาพความละเอียดสูง เผื่อจำเป็นต้องย้อนดูเหตุการณ์ ช่วยทั้งป้องกันและตรวจสอบได้ในคราวเดียวกัน
2. ใช้ระบบสัญญาณกันขโมย
ระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านอย่างระบบกันขโมย เป็นเหมือนผู้ช่วยเฝ้าประตูและหน้าต่างตลอดทั้งวัน เซนเซอร์จะคอยตรวจจับการเปิด - ปิด หรือความเคลื่อนไหวผิดปกติภายในบ้าน เมื่อมีสัญญาณเสี่ยง ระบบจะแจ้งเตือนทันทีผ่านแอปหรือเสียงสัญญาณ ทำให้สามารถรับมือได้รวดเร็ว ลดโอกาสการโจรกรรมได้มาก เหมาะสำหรับทั้งบ้านที่มีคนอยู่และบ้านที่ต้องปล่อยทิ้งไว้เป็นช่วงๆ
3. ติดเซนเซอร์ตรวจจับควันและก๊าซ
อุบัติเหตุอย่างไฟไหม้หรือแก๊สรั่วเกิดขึ้นแบบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การติดเซนเซอร์ตรวจจับจะช่วยให้รู้ตัวตั้งแต่แรกๆ ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลาม ควรติดตั้งในบริเวณที่มีความเสี่ยง เช่น ห้องครัว โถงทางเดิน หรือใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ระบบจะส่งเสียงเตือนทันทีถ้าพบควันหรือก๊าซผิดปกติ ช่วยลดความเสียหายและเพิ่มเวลาให้ทุกคนในบ้านหนีออกมาได้ปลอดภัย
เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวไร้สาย VALLHORN/วัลฮูร์น ช่วยให้ไฟในบ้านเปิดเองเมื่อมีคนเดินผ่าน เซนเซอร์เชื่อมต่อกับหลอดไฟอัจฉริยะของอิเกียได้สูงสุด 10 ดวง ปรับโหมดกลางวันหรือกลางคืน และตั้งเวลาปิดอัตโนมัติได้ 1 หรือ 5 นาที ติดตั้งง่ายด้วยเทปกาวสองหน้า ไม่ต้องเดินสายไฟ
4. ตรวจสอบประตู - หน้าต่างให้แข็งแรง
ประตูและหน้าต่างคือด่านแรกของความปลอดภัยในบ้าน ควรตรวจสภาพเป็นครั้งคราวว่าบานยังแน่น แข็งแรง และไม่มีรอยงัดแงะให้กังวล การเสริมด้วยตัวล็อกคุณภาพดี เช่น Deadbolt ตัวล็อกแม่เหล็ก หรือกลอนนิรภัย จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น ทุกครั้งก่อนออกจากบ้านหรือเข้านอน ควรเดินเช็กและล็อกให้เรียบร้อย การใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที สามารถลดความเสี่ยงเหตุไม่คาดคิดได้เยอะกว่าที่คิด
5. เพิ่มไฟส่องสว่างรอบบ้าน
พื้นที่รอบบ้านที่มืดสร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัย ทั้งกับคนในบ้านและทรัพย์สิน ไฟส่องสว่างแบบเปิดอัตโนมัติด้วย Motion Sensor จะช่วยให้บริเวณบ้านสว่างขึ้นเมื่อมีคนหรือวัตถุเคลื่อนผ่าน ทำให้เดินไปไหนมาไหนตอนกลางคืนปลอดภัยขึ้น ลดอุบัติเหตุลื่นล้ม และยังป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกเข้าใกล้ด้วย เพราะความสว่างทำให้บ้านดูเหมือนมีคนอยู่เสมอ
โคมไฟ LED KÖLVATTEN/เชิลวัตเตน แบบมีเซนเซอร์ ใช้ถ่าน ไม่ต้องเดินสายไฟ จัดมาเพื่อมุมมืดในบ้านโดยเฉพาะ แค่เปิดตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก หรือเดินผ่านในเวลากลางคืน ไฟนุ่มๆ ก็จะติดขึ้นอัตโนมัติ ไม่ต้องเอื้อมหาสวิตช์ให้วุ่นวาย แสงสว่างกำลังดีสำหรับใช้งานเฉพาะจุด ไม่ต้องเปิดไฟดวงใหญ่รบกวนคนอื่น
6. จัดเก็บสายไฟให้เรียบร้อย
สายไฟที่วางระเกะระกะไม่ได้แค่ทำให้ดูรกตา แต่ยังเป็นหนึ่งในสาเหตุอุบัติเหตุในบ้านที่เจอกันบ่อย อาจสะดุดล้ม หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจากสายที่เสียหายได้ การเก็บสายให้เป็นระเบียบจึงเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของบ้านได้มาก ควรใช้รางเก็บสาย หรือนำสายไปซ่อนหลังเฟอร์นิเจอร์เพื่อลดความเสี่ยง ถ้ามีสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กยิ่งควรดูแลเป็นพิเศษ เพราะพวกเขาอาจไปดึงหรือกัดสายไฟโดยไม่รู้ตัว
7. ติดตั้งแผ่นกันลื่นในห้องน้ำ
ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะในวันที่พื้นเปียกหรือยังมีคราบสบู่บนพื้น การติดตั้งแผ่นกันลื่นช่วยลดความเสี่ยงได้ดี เหมาะกับบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือใครก็ตามที่อยากได้ความมั่นคงเวลาลุก เดิน หรือยืนอาบน้ำ เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นด้วยพรมกันลื่นบริเวณหน้าอ่างล้างหน้าและเพิ่มราวจับตามจุดสำคัญ ทำให้ห้องน้ำปลอดภัยขึ้นทุกครั้งที่ใช้งาน
แผ่นรองพรมกันลื่น STOPP/สตอปป์ ช่วยให้พรมยึดกับพื้นแน่น เดิน วิ่งเล่น หรือดูดฝุ่นแล้วพรมไม่ไถล ลดโอกาสสะดุดหกล้ม เนื้อวัสดุยืดหยุ่น ตัด พับ หรือใช้ต่อหลายแผ่นให้เข้ากับพรมได้ทุกขนาด ถ้าเริ่มเกาะพื้นไม่ดีแค่นำไปล้างแล้วตากให้แห้งก็กลับมาใช้งานได้อีกยาว

- ไปหน้าข้อมูลสินค้า

- ไปหน้าข้อมูลสินค้า
8. เก็บของมีคมและสารเคมีให้มิดชิด
อุบัติเหตุจากของมีคมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กเล็ก การจัดเก็บในตู้ที่ล็อกได้และอยู่สูงจากมือเด็กจะช่วยลดความเสี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ในครัว เช่น มีดหรือกรรไกร เครื่องมือช่างที่มีปลายแหลม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอันตราย การจัดหมวดหมู่ให้เข้าที่เข้าทาง ยังช่วยให้หยิบใช้งานง่ายและปลอดภัยด้วย
9. ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นประจำ
เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นต้องใช้งานทุกวัน และยิ่งใช้นานยิ่งเสื่อมสภาพ ดังนั้น ควรเช็กดูว่าสายไฟยังแน่น ไม่มีรอยถลอก และอุปกรณ์ยังทำงานได้ปกติไหม การปิดสวิตช์หรือถอดปลั๊กเมื่อพักใช้งานก็ช่วยลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจรได้ ถ้าพบว่าสายชำรุดหรือมีอาการทำงานผิดปกติ ควรเปลี่ยนหรือซ่อมทันที เพื่อความปลอดภัย
ปลั๊กกันไฟดูด PATRULL/พอททรุล ใช้อุดรูปลั๊กผนังไม่ให้เด็กเอานิ้วหรือของแข็งแหย่เข้าไป ลดความเสี่ยงไฟดูดได้ ใช้ได้ทั้งปลั๊กแบบมีสายดินและไม่มีสายดิน ในชุดมีปลั๊กสีแดงสำหรับใช้เป็นตัวดึง ผู้ใหญ่ถอดออกง่ายแต่เด็กดึงออกยาก หนึ่งแพ็กมี 12 ชิ้น เหมาะติดให้ครบทุกจุดเต้ารับในบ้าน
10. ใช้ Smart Home เพิ่มความปลอดภัย
เทคโนโลยีในบ้านสมัยนี้ช่วยให้การดูแลความปลอดภัยเป็นเรื่องง่ายขึ้น ระบบความปลอดภัยในบ้านไม่ว่าจะเป็นระบบเปิด - ปิดไฟอัตโนมัติที่ช่วยให้บ้านดูเหมือนมีคนอยู่ตลอดเวลา หรือกล้องอัจฉริยะที่แจ้งเตือนทันทีเมื่อพบความผิดปกติ สามารถควบคุมและตรวจสอบทุกอย่างผ่านมือถือได้แม้จะอยู่ข้างนอก ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นในทุกสถานการณ์ Smart Home ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันไปพร้อมกันด้วย
11. พื้นที่รอบบ้านต้องไม่รกรุงรัง
บริเวณรอบบ้านที่รกกลายเป็นจุดเสี่ยงไม่รู้ตัว ทั้งพุ่มไม้สูง ต้นไม้ใหญ่ หรือของที่กองสุมไว้ด้านหลังบ้าน อาจเป็นที่ซ่อนตัวของสัตว์หรือผู้ไม่หวังดี การตัดแต่งต้นไม้และเก็บของให้เป็นระเบียบจะช่วยให้พื้นที่ดูกว้าง โปร่ง และปลอดภัยขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้แสงไฟรอบบ้านทำงานเต็มประสิทธิภาพ ไม่เกิดมุมมืดที่มองไม่เห็น เพิ่มความสบายใจให้ทุกคนในบ้านมากขึ้น
ราวจับ OMTÄNKSAM/ออมแทงค์ซาม ติดไว้ข้างอ่างอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์ หรือหัวเตียง ก็ช่วยให้ลุก - นั่งและยืนได้มั่นคงกว่าเดิม จับแล้วไม่ลื่นมือ โครงเหล็กเคลือบสีฝุ่นแข็งแรง ทนชื้น เช็ดทำความสะอาดง่าย เหมาะทั้งบ้านที่มีผู้สูงอายุ คนพักฟื้น หรือใครก็ตามที่อยากเพิ่มความอุ่นใจเวลาเดินในบริเวณที่เสี่ยงลื่น
ความปลอดภัยในบ้านเริ่มต้นจากรายละเอียดเล็กๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม ตั้งแต่การติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบกันขโมย เซนเซอร์ควัน - ก๊าซ ไปจนถึงการเก็บสายไฟและของมีคมให้เป็นระเบียบ ช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและเหตุไม่คาดคิดได้ บ้านที่ปลอดภัยยังหมายถึงการดูแลพื้นที่รอบบ้านให้โปร่ง สว่าง และตรวจสอบง่าย รวมถึงการใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ทุกคนในครอบครัว การใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันป้องกันปัญหาใหญ่ในอนาคตได้เสมอ
ที่อิเกีย สามารถเลือกอุปกรณ์ช่วยจัดบ้านและเพิ่มความปลอดภัยได้ครบ ทั้งตัวล็อกเสริม รางเก็บสายไฟ แผ่นกันลื่น โคมไฟอัจฉริยะ และเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้มั่นคง ช่วยให้บ้านน่าอยู่ เป็นระเบียบ และปลอดภัยในทุกๆ วัน
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
หลัก 3 ป. ปลอดภัย มีอะไรบ้าง?
- ปลุกสำนึกอันตราย ให้ตระหนักและเข้าใจว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้างรอบตัว
- ประเมินความเสี่ยง รู้ว่างานหรือกิจกรรมไหนมีอันตราย
- ปรับปรุงให้ปลอดภัย ลงมือแก้ไขสภาพแวดล้อม วิธีทำงาน หรือพฤติกรรมให้ลดความเสี่ยงลง
ความปลอดภัย 5 ข้อมีอะไรบ้าง?
- หยุดทำงานเมื่อไม่ปลอดภัย
- ใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ทุกครั้ง
- ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์
- แจ้งเหตุหรือความผิดปกติทันที
- ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือคู่มือความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
มาตรฐานความปลอดภัยคืออะไร?
มาตรฐานความปลอดภัยคือข้อกำหนด กฎเกณฑ์ หรือแนวปฏิบัติที่หน่วยงานหรือองค์กรกำหนดขึ้น เพื่อให้การทำงาน ผลิตภัณฑ์ หรือสภาพแวดล้อม “อยู่ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้” ป้องกันอุบัติเหตุ อันตรายต่อชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน ตัวอย่างเช่น มาตรฐาน ISO 45001 ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย หรือกฎ OSHA ที่กำหนดข้อปฏิบัติด้านอุปกรณ์ ขั้นตอน และมาตรการป้องกันในสถานที่ทำงาน
”ดูแลบ้านให้น่าอยู่และปลอดภัยด้วยแนวทางป้องกันพื้นฐานที่ทุกบ้านควรมี"
มาช้อปที่ IKEA! พร้อมไอเดียแต่งบ้านครบวงจร
พบเฟอร์นิเจอร์สวยๆ ฟังก์ชันครบ พร้อมไอเดียแต่งบ้านหลากสไตล์ที่ต้องการ ที่ IKEA ทุกสาขา












