ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

11 วิธีซักผ้าให้หอมสะอาดเหมือนแม่ซัก ไม่เหม็นอับ ใส่สบายทุกวัน

เคยสงสัยไหม? ทำไมเทน้ำยาปรับผ้านุ่มจนหมดขวด แต่ผ้ากลับมีกลิ่นตุๆ หรือไม่นานกลิ่นก็หายไป หลายคนยังติดกับดักความเชื่อที่ว่ายิ่งใส่เยอะ ยิ่งหอมฟุ้ง แต่จริงๆ วิธีซักผ้าให้หอมอยู่ที่จังหวะและเทคนิคเล็กๆ ที่เราข้ามไป ตั้งแต่การแยกประเภทผ้าก่อนซัก ไม่ยัดผ้าจนแน่นถัง เพื่อให้เครื่องทำงานเต็มที่

ไปจนถึงการกะปริมาณน้ำยาให้พอดีและใส่ให้ถูกเวลา ที่สำคัญคือเปลี่ยนนิสัยไม่หมักผ้าทิ้งไว้นานเกินไป แล้วเลือกตากที่มีลมโกรกมากกว่าตากแดดจัดจนเผากลิ่นหอมจางหายไป ถ้าอยากเปลี่ยนจากผ้าเหม็นอับเป็นหอมฟุ้งติดทนนานฉบับมือโปร มาดูสาเหตุและวิธีแก้ที่ถูกต้องกัน!

An anthracite/grey frame ENHET laundry

สาระน่าสนใจ

  • วิธีซักผ้าให้หอมต้องเริ่มจากความสะอาดก่อน เพราะกลิ่นหอมกลบกลิ่นอับไม่มิด กำจัดแบคทีเรียและคราบฝังลึกด้วยการแยกผ้าและซักให้ถูกวิธี จะทำให้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มทำงานเต็มที่ ไม่มีกลิ่นตุๆ มาคอยกวนใจ
  • วิธีซักผ้าให้หอมติดทนนาน ลองใช้น้ำยาซักและน้ำยาปรับผ้านุ่มในปริมาณเหมาะสม เพราะส่วนเกินจะกลายเป็นคราบเหนียวสะสมที่ดักจับฝุ่นและเชื้อโรคจนเกิดกลิ่นอับแทน ตวงน้ำยาให้พอดีตามปริมาณผ้าจะช่วยให้เส้นใยสะอาดและหอมแบบไม่ทิ้งสารตกค้าง
  • การตากผ้าให้แห้งเร็วและโดนลมช่วยให้กลิ่นหอมติดทนนาน กลับด้านผ้าและเว้นระยะห่างตอนตากเพื่อให้ลมพัดผ่านสะดวก ช่วยล็อกความหอมสดชื่นให้ฝังแน่นอยู่ในเนื้อผ้านานกว่าเดิมหลายเท่า
  • ดูแลเครื่องซักผ้าเป็นประจำ เคลียร์คราบเมือกและเชื้อราสะสมเดือนละครั้ง เพื่อให้ทุกครั้งที่ซักเสร็จจะได้กลิ่นที่สะอาดและหอมฟุ้ง ไม่มีกลิ่นอับจากเครื่องซักผ้าเหม็นๆ
  • ให้การดูแลเสื้อผ้าเป็นเรื่องง่าย อิเกียพร้อมเปลี่ยนมุมซักล้างเดิมๆ ให้สะดวกสบายด้วยชั้นวางที่ช่วยจัดระเบียบน้ำยาซักผ้าให้หยิบตวงง่าย และราวตากผ้าที่ออกแบบมาให้ลมโกรกดี ช่วยให้ผ้าแห้งไวและหอมฟุ้งติดทนนานในทุกวัน
An anthracite ENHET laundry bag with castors

1. แยกผ้าก่อนซักทุกครั้ง

ถ้าเราเอาเสื้อใส่วิ่งที่มีเหงื่อโชกไปซักรวมกับผ้าเช็ดตัว กลิ่นและแบคทีเรียผสมกันมั่วแน่ๆ แยกผ้าขาว ผ้าสี และชุดกีฬาออกจากกันช่วยคุมโทนกลิ่นไม่ให้ตีกันจนเพี้ยน สำหรับใครที่พื้นที่จำกัด ลองหาตัวช่วยอย่างถุงใส่ผ้าซักมีล้อ ENHET/เอียนเฮต ที่มีช่องเก็บของเป็นสัดส่วนมาวางในมุมซักล้าง ช่วยให้แยกผ้าเน่าออกจากผ้าปกติได้ง่ายขึ้นเยอะ แถมยังทำให้มุมซักผ้าดูสะอาดตา ไม่รกจนน่าปวดหัวด้วย

2. อย่าใส่ผ้าแน่นเครื่องเกินไป

หลายคนอยากประหยัดเวลาเลยยัดผ้าลงถังจนเต็ม แต่รู้ไหมว่านั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผ้าเหม็น เพราะเมื่อผ้าไม่มีพื้นที่ให้หมุนตัว น้ำและน้ำยาซักผ้าก็เข้าไปไม่ถึงซอกหลืบ คราบสกปรกยังฝังตัวอยู่ข้างใน ผ้าสะอาดแค่ข้างนอกแต่ข้างในยังอมกลิ่นอับไว้เต็มๆ ทางที่ดีควรเหลือพื้นที่ว่างในถังซักประมาณ 1 ใน 4 เพื่อให้น้ำยาซักผ้าทำงานเต็มที่ หอมกระจายทั่วถึงทุกเส้นใย

3. ใช้น้ำยาซักผ้าปริมาณพอดี

ความเชื่อที่ว่ายิ่งฟองเยอะ ยิ่งสะอาด อาจใช้ไม่ได้เสมอไป เพราะถ้าเราเทน้ำยาซักผ้ามากเกินไป สารทำความสะอาดจะล้างออกไม่หมดและกลายเป็นคราบเหนียวตกค้างสะสมอยู่ในใยผ้า เมื่อคราบเจอกับความชื้นจะกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียที่ส่งกลิ่นตุๆ ออกมาแทนที่จะเป็นกลิ่นหอมลองหันมาอ่านฉลากข้างขวดแล้วตวงให้พอดีกับปริมาณผ้า รับรองว่านอกจากผ้าจะสะอาดแบบไร้กลิ่นตกค้างแล้ว ยังช่วยถนอมเครื่องซักผ้าไปในตัวด้วย

 

4. ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มให้ถูกจังหวะ

วิธีซักผ้าให้หอมอย่างการเทน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปพร้อมน้ำยาซักผ้าตั้งแต่เริ่ม ทำให้สารสองอย่างหักล้างกันจนเสียของ เพราะหน้าที่ของน้ำยาปรับผ้านุ่มคือการเคลือบเส้นใยในขั้นตอนสุดท้าย ควรใส่ในช่องที่เครื่องบอกไว้ หรือรอจังหวะล้างน้ำรอบสุดท้ายค่อยเติมลงไป เพื่อให้กลิ่นหอมได้ทำหน้าที่ ไม่ถูกน้ำล้างออกไปเสียก่อน ช่วยให้กลิ่นหอมล็อกติดอยู่กับเนื้อผ้านานขึ้น แม้จะตากแห้งแล้วกลิ่นก็ยังอยู่

5. อย่าหมักผ้านานเกินจำเป็น

ความชื้นและอุณหภูมิที่อบอ้าวในบ้านเราคือตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่ทำให้ผ้าเน่าได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง การแช่ผ้าทิ้งไว้นานเพราะหวังว่าจะช่วยขจัดคราบ อาจเป็นการเพาะเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดกลิ่นอับฝังลึกแทน ถ้าผ้ามีคราบหนักจริงๆ แนะนำให้ขยี้เฉพาะจุดก่อนลงเครื่อง หรือตั้งเวลาแช่ในเครื่องไม่เกิน 15 - 30 นาที อย่าปล่อยให้ข้ามคืนเด็ดขาด เพราะถ้ากลิ่นอับติดไปแล้ว ต่อให้ซักใหม่รอบสองกลิ่นก็ยังตามมารังควานได้

6. ซักเสร็จแล้วรีบนำผ้าออกจากเครื่อง

วินาทีที่เครื่องซักผ้าส่งเสียงเตือนว่าซักเสร็จแล้ว ต้องรีบนำผ้าออกมาสลัดแล้วตากทันที เพราะยิ่งทิ้งผ้าเปียกชื้นกองรวมกันในถังซักที่ปิดสนิทยิ่งทำให้เกิดกลิ่นไม่อับ เมื่อตากผ้าจนแห้งและหอมแล้ว การเก็บรักษาให้กลิ่นอยู่นานก็สำคัญ ถ้าเก็บในตู้เสื้อผ้าอย่าง PAX พักซ์/FORSAND ฟอร์ชันด์ จะช่วยป้องกันฝุ่นและรักษาความหอมให้อบอวลอยู่ในตู้ได้นาน หยิบมาใส่เมื่อไรก็มั่นใจเหมือนเพิ่งซักเสร็จใหม่ๆ

Two shelves in a PAX/TYSSEDAL wardrobe combination. SKUBB boxes with clothing in are on one, and jumpers are on the other.
A green SLIBB hanging clothes peg

7. ตากผ้าให้โดนลม มากกว่าโดนแดด

หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องตากผ้ากลางแดดจัดๆ ถึงจะดี แต่ถ้าแดดแรงเกินไปจะทำให้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มระเหยหายไปหมด เคล็ดลับคือตากในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ให้ลมพัดผ่านเส้นใยผ้าเพื่อไล่ความชื้นออกไป การเลือกใช้ราวตากผ้าที่ระบายอากาศได้ดีอย่าง MULIG/มูลิก จะช่วยให้ผ้าแห้งทั่วถึง แม้จะตากในที่ร่มหรือระเบียงคอนโด ผ้าก็ยังแห้งไวและเก็บกลิ่นหอมละมุนไว้ได้นานกว่าตากแดดตรงๆ

8. เว้นระยะห่างระหว่างผ้าขณะตาก

การแขวนผ้าเบียดกันจนแน่นราวทำให้กลิ่นหอมๆ หาย เพราะความชื้นจากผ้าชิ้นหนึ่งจะระเหยไปติดอีกชิ้นหนึ่ง ทำให้ผ้าแห้งช้าและเกิดกลิ่นอับชื้นสะสมอยู่ระหว่างกลาง ลองเว้นระยะห่างระหว่างไม้แขวนสัก 1 - 2 นิ้ว เพื่อให้ลมผ่านไปได้ทุกทิศทาง วิธีนี้ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น กลิ่นหอมกระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่มีความชื้นหลงเหลือตามจุดอับ

A bergamot & cedarwood/pale green BUKETTAPEL scented candle in glass

9. กลับด้านผ้าก่อนตาก

จุดที่แห้งยากที่สุดและเป็นต้นตอของกลิ่นอับคือตะเข็บผ้าและกระเป๋าเสื้อ การกลับเอาด้านในออกมาตากจะช่วยให้ลมและอุณหภูมิเข้าถึงจุดอับนี้ได้ตรงๆ ทำให้ผ้าแห้งสนิทจริงๆ ตั้งแต่เลเยอร์ในสุด นอกจากจะช่วยลดกลิ่นที่ซ่อนอยู่ตามรอยต่อของเนื้อผ้าแล้ว ยังช่วยถนอมสีผ้าด้านนอกไม่ให้ซีดจางเร็วจากการโดนแดดด้วย

10. ล้างถังซักอย่างสม่ำเสมอ

เคล็ดลับซักผ้าให้หอมต่อให้ใช้น้ำยาซักผ้าแพงๆ แต่ถ้าถังซักเต็มไปด้วยคราบสบู่และเชื้อราสะสม ผ้าที่ซักก็ไม่มีทางหอมได้เลย เศษสกปรกที่ตกค้างอยู่ในซอกถังซักคือแหล่งกำเนิดแบคทีเรียที่จะเกาะผ้าเราทุกครั้งที่ซัก ลองหาเวลาล้างถังซักด้วยน้ำร้อนหรือน้ำยาล้างถังซักอย่างน้อยเดือนละครั้ง เมื่อถังซักสะอาดไร้กลิ่นสะสม กลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มจะทำงานได้เต็มที่

11. เลือกกลิ่นน้ำยาที่อ่อนและสะอาด

บางครั้งความหอมที่มากไปอาจทำให้เรารู้สึกเวียนหัวมากกว่าสดชื่น วิธีซักผ้าให้หอมติดทนนานลองเลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นสะอาดสดชื่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า ช่วยให้เราใส่เสื้อผ้าได้สบายใจตลอดทั้งวัน ไม่รู้สึกฉุน หรือถ้าอยากให้บรรยากาศบ้านสะอาดเหมือนกลิ่นเสื้อผ้า

การวางเทียนหอม BUKETTAPEL/บูเคตทอเพล ไว้ใกล้ๆ มุมตากผ้าหรือในห้องแต่งตัว ช่วยเพิ่มความสดชื่น กลิ่นหอมสะอาดเป็นธรรมชาติมากขึ้น

วิธีซักผ้าให้หอมฟุ้งติดทนนานไม่ใช่แค่ใส่น้ำยาเยอะๆ แต่คือการใส่ใจตั้งแต่การแยกผ้า ไม่ยัดจนแน่นถัง ไปจนถึงตากในที่ลมโกรกเพื่อถนอมกลิ่นหอมให้นานที่สุด เพราะผ้าที่หอมสะอาดคือการส่งต่อความมั่นใจและการดูแลตัวเองในทุกวัน แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ ตามเคล็ดลับข้างบน งานบ้านที่เคยน่าเบื่อก็จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นวันดีๆ ที่มาพร้อมความสดชื่น

เปลี่ยนงานซักให้เป็นเรื่องง่าย… เพื่อความมั่นใจในทุกวัน อิเกียพร้อมช่วยจัดระเบียบมุมซักล้างให้เป็นสัดส่วนถนอมผ้าให้หอมนานและกันฝุ่นในตู้เสื้อผ้าที่ปิดมิดชิด เสริมบรรยากาศสดชื่นในบ้านให้ละมุนตาด้วยเทียนหอม ให้ทุกพื้นที่ในบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นสะอาดและผ่อนคลายในสไตล์ที่คุณเลือกเอง


FAQ – คำถามที่พบบ่อย

อบผ้าด้วยเครื่องอบผ้าอย่างไร ไม่ให้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มหาย?

ควรใช้อุณหภูมิต่ำหรือปานกลาง และไม่ควรอบนานเกินไปจนผ้าแห้งกรอบ เพราะความร้อนสูงจะทำลายโมเลกุลน้ำหอมให้ระเหยไปหมด ถ้าอยากให้ผ้าหอมเป็นพิเศษ แนะนำให้ใส่แผ่นอบผ้า (Dryer Sheets) เพิ่มในช่วง 15 นาทีสุดท้าย

ซักผ้ากลางคืนอย่างไรไม่ให้เหม็นอับ?

เพิ่มรอบปั่นหมาดให้ผ้าแห้งที่สุดและรีบนำออกมาตากในที่ที่มีลมโกรก หรือใช้พัดลมช่วยเป่าเพื่อไล่ความชื้นให้เร็วที่สุด การเลือกใช้น้ำยาซักผ้าสูตรสำหรับตากในร่ม (Night Wash) จะช่วยยับยั้งแบคทีเรียต้นเหตุของกลิ่นอับได้ดีมาก

ใช้เม็ดน้ำหอมซักผ้าอย่างไรให้ละลายหมดและหอมนาน?

วิธีซักผ้าให้หอมนานต้องใส่เม็ดน้ำหอมลงในถังซักก่อนใส่ผ้าเสมอ เพื่อให้เม็ดน้ำหอมสัมผัสกับน้ำโดยตรงตั้งแต่เริ่มและละลายได้ดี ไม่ไปติดค้างอยู่ตามรอยพับเสื้อผ้า ควรกะปริมาณให้เหมาะกับจำนวนผ้าเพื่อให้กลิ่นกระจายตัวทั่วถึงด้วย

ผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มกับน้ำฉีดผ้าเรียบ ช่วยให้หอมขึ้นจริงไหม?

ช่วยให้หอมขึ้นจริง แต่ต้องระวังคราบด่างบนเนื้อผ้าถ้าผสมเข้มข้นเกินไป ทางที่ดีควรใช้น้ำยาฉีดผ้าเรียบโดยตรง หรือผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มในสัดส่วนที่น้อยมากๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมอ่อนๆ ขณะที่ความร้อนจากเตารีดช่วยดันกลิ่นให้ฟุ้งกระจาย

แช่น้ำยาปรับผ้านุ่มนานแค่ไหน ให้ผ้าดูดซับกลิ่นดี?

การแช่ประมาณ 10 - 15 นาที ในน้ำสุดท้ายถือเป็นช่วงที่เหมาะสม สารให้ความหอมจะได้ซึมเข้าเส้นใยผ้าได้เต็มที่ การแช่นานเกินไปอาจทำให้เกิดเมือกสะสมหรือกลิ่นอับจากน้ำที่เริ่มนิ่งได้ เมื่อครบเวลาก็ควรบิดตากทันทีด้วย

วิธีซักผ้าขนหนูให้หอมนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง ทำอย่างไร?

เทคนิคซักผ้าให้หอมให้ลดปริมาณน้ำยาซักผ้าลงและเลี่ยงใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไป เพราะจะไปเคลือบเส้นใยจนผ้าไม่ซับน้ำ แนะนำให้ใส่น้ำส้มสายชูเล็กน้อยในช่องน้ำยาซักผ้าเพื่อล้างสารตกค้าง และสะบัดผ้าแรงๆ ก่อนตากเพื่อให้ขนผ้าฟูสม่ำเสมอ

เครื่องซักผ้าฝาหน้าซักผ้าไม่ค่อยหอม มีวิธีแก้อย่างไร?

เครื่องฝาหน้าใช้น้ำน้อย ทำให้น้ำยาเข้มข้นจนล้างออกยากและอาจเกิดคราบตกค้างในถังซักได้ วิธีแก้คือต้องล้างขอบยางและถังซักบ่อยๆ พร้อมเลือกใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้นสำหรับเครื่องฝาหน้าโดยเฉพาะ และเลี่ยงใส่ผ้าแน่นเกินไป

ล้างเครื่องซักผ้าช่วยให้ผ้าหอมขึ้นจริงไหม?

ช่วยได้จริงๆ เพราะเครื่องซักผ้าที่สะอาดจะไม่มีคราบสกปรกหรือเชื้อรามาปะปนกับน้ำซักผ้า ทำให้กลิ่นหอมจากน้ำยาปรับผ้านุ่มทำงานเต็มที่ ไม่ต้องไปสู้กับกลิ่นเหม็นอับจากสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในเครื่อง

วิธีเก็บเสื้อผ้าในตู้ให้หอมนานๆ ไม่มีกลิ่นอับชื้น ทำได้อย่างไร?

ควรเช็กให้แน่ใจว่าผ้าแห้งสนิท 100% ก่อนพับเก็บ และไม่ควรเก็บผ้าแน่นตู้เกินไปเพื่อให้มีอากาศหมุนเวียน การวางถุงหอมหรือสเปรย์ฉีดผ้าในตู้เสื้อผ้าที่ปิดสนิทจะช่วยเก็บกลิ่นหอมให้ติดทนอยู่กับเนื้อผ้าได้นานขึ้น

ใส่แผ่นอบผ้าตอนไหนให้กลิ่นฟุ้ง?

แนะนำให้ใส่แผ่นอบผ้าลงไปตั้งแต่เริ่มกระบวนการอบ หรือถ้าอยากให้หอมชัดขึ้นให้ใส่เพิ่มอีก 1 แผ่นในช่วง 15 - 20 นาทีสุดท้าย ก่อนจบการทำงาน ความร้อนที่พอเหมาะในระยะสั้นจะช่วยกระตุ้นให้น้ำหอมในแผ่นกระจายตัวเคลือบผ้าได้ดีที่สุด

จัดการปัญหาผ้าเหม็นอับตั้งแต่ต้นเหตุ ด้วยทริคซักและตากอย่างถูกวิธี พร้อมตัวช่วยประหยัดพื้นที่จาก IKEA"
ทีมบรรณาธิการอิเกีย ประเทศไทย

ค้นพบประสบการณ์ IKEA ใกล้บ้านคุณ

สัมผัสประสบการณ์แต่งบ้านแบบครบวงจร! เลือกดูเฟอร์นิเจอร์ที่ใช่ ทดลองใช้งานจริง และรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ดูสาขาใกล้คุณ