ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

11 วิธีเคลียร์บ้านให้โล่ง เปลี่ยนบ้านรกให้กลายเป็นพื้นที่สบายตา

เชื่อไหมว่าบ้านที่โล่งช่วยให้รู้สึกสบายใจขึ้นจริงๆ เพราะของเยอะทำให้บ้านดูแคบ และทำให้เราอึดอัดใจโดยไม่รู้ตัว การจัดบ้านช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้งานให้กลับมากว้างขวางอีกครั้ง ด้วยวิธีเคลียร์บ้านให้โล่งแบบง่ายๆ เริ่มจากจัดบ้านทีละห้อง แล้วตัดใจเคลียร์ของที่ไม่ได้ใช้ออกไป

จากนั้นลองแยกของตามหมวดหมู่ให้ชัด แล้วเลือกใช้กล่องหรืออุปกรณ์จัดเก็บมาช่วยประหยัดพื้นที่ หรือจะหาเฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชันที่ใช้งานได้หลากหลายในชิ้นเดียวก็เวิร์กมาก และที่สำคัญอย่าลืมจัดสายไฟและอุปกรณ์ให้เข้าที่เพื่อความเนียนตา แค่นี้บ้านก็กลับมาน่าอยู่และพร้อมรับพลังบวกได้ทุกวันแล้ว

A white REGNSKUR pendant lamp

สาระน่าสนใจ

  • เคลียร์บ้านให้โล่งด้วยการตัดใจเคลียร์ของที่ไม่จำเป็นออกไป ช่วยเปลี่ยนมุมทึบๆ ให้กลายเป็นพื้นที่โปร่งสบายตา นอกจากจะช่วยให้บ้านดูสวยเหมือนใหม่แล้ว ยังทำให้ขยับตัวใช้งานในบ้านได้คล่องแคล่วและรู้สึกผ่อนคลาย
  • ลองจัดเก็บของแยกตามหมวดหมู่ให้ชัด พื้นที่ใช้สอยที่เคยถูกของวางเกะกะทับถมไว้ก็จะกลับมากว้างขวาง พร้อมให้สร้างมุมพักผ่อนใหม่ๆ ได้ตามใจชอบ
  • ลองดึงพื้นที่แนวตั้งมาใช้และเลือกเฟอร์นิเจอร์ขนาดพอดีกับห้อง เมื่อบวกกับการสร้างนิสัยเล็กๆ อย่างการเก็บของเข้าที่หลังใช้งานเสร็จ เท่านี้บ้านก็เป็นระเบียบ และน่าอยู่เหมือนวันแรกที่จัดเสร็จ
  • อิเกียมีโซลูชันการจัดเก็บที่ช่วยให้การจัดบ้านให้โล่งเป็นเรื่องสนุกและง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกล่องเก็บของสารพัดประโยชน์หรือชั้นวางที่ช่วยประหยัดพื้นที่ แวะมาเลือกไอเทมที่จะช่วยเปลี่ยนบ้านให้โล่งในราคาเข้าถึงง่ายกัน
A white SKUBB storage case

1. เริ่มเคลียร์ของที่ไม่ได้ใช้ก่อน

เริ่มต้นด้วยกฎเหล็ก 6 เดือน ถ้าชิ้นไหนไม่ได้หยิบมาใช้เลย หรือเห็นแล้วนึกไม่ออกว่าเอาไว้ทำอะไร ก็ถึงเวลาต้องโบกมือลาแล้ว การตัดใจทิ้ง บริจาค หรือขายของที่ไม่ได้ใช้ จะช่วยลดจำนวนของในบ้านลงได้เยอะมาก เป็นวิธีแรกที่ทำให้พื้นที่ในบ้านกลับมาหายใจได้อีกครั้ง และทำให้การจัดระเบียบขั้นต่อไปง่ายขึ้นด้วย

2. แยกของใช้ตามหมวดหมู่

อย่าปล่อยให้ถุงเท้าปนกับชุดชั้นในจนกลายเป็นกองทัพผ้า! ลองเคลียร์บ้านให้โล่งด้วยการแยกของใช้ตามประเภทให้ชัดเจน แล้วใช้ตัวช่วยอย่างกล่องผ้า SKUBB/สกุบบ์ เซต 6 ใบมาช่วยแบ่งโซนในลิ้นชัก การแยกของเป็นหมวดหมู่จะช่วยให้รู้ว่ามีอะไรอยู่เท่าไร หาของเจอง่ายขึ้น และที่สำคัญคือป้องกันไม่ให้ของ

17 green PRUTA food containers with lids, with tortilla chips, eggs, vegetables, and bread, are stacked on top of each other.

3. ใช้กล่องหรืออุปกรณ์จัดเก็บ

กล่องเก็บของคือตัวช่วยตัวจริงของบ้านเลย เพราะช่วยเปลี่ยนความวุ่นวายให้ดูสะอาดได้ในพริบตา โดยเฉพาะในครัวที่ของจุกจิกเยอะ ลองใช้ภาชนะใส่อาหาร PRUTA/พรูทต้า ที่มาพร้อมฝาปิดแน่นสนิทและซ้อนกันได้พอดี นอกจากจะช่วยให้ตู้เย็นหรือตู้เก็บของดูเป็นระเบียบแล้ว ความใสของกล่องยังทำให้มองเห็นของข้างในได้ทันที ไม่ต้องเปิดหาให้เสียเวลาเลย

A transparent SAMLA box with lid

4. จัดพื้นที่บนโต๊ะให้โล่ง

โต๊ะทำงานที่โล่งช่วยให้ไอเดียใหม่ๆ! เคล็ดลับคือการไม่วางของทุกอย่างไว้บนท็อปโต๊ะ แต่เปลี่ยนมาเก็บใส่กล่องพร้อมฝาปิด SAMLA/ซัมล่า แทน กล่องใสๆ แบบนี้ช่วยให้เก็บเครื่องเขียนหรือสายชาร์จได้มิดชิดแต่ยังพรางตาให้ดูไม่เกะกะ การมีพื้นโต๊ะว่างๆ จะช่วยลดความวอกแวกและทำให้ห้องทำงานดูโปร่งโล่งน่านั่งทำ

A LÅDMAKARE cabinet in grey-beige against a wall. A glass vase with flowers on top and a ceramic vase in the open section.

5. ใช้ชั้นวางของแนวตั้ง

เมื่อพื้นที่บนพื้นเริ่มเต็มก็ถึงเวลาต้องมองขึ้นข้างบนแล้ว! การติดตั้งชั้นวางของติดผนังหรือตู้ทรงสูงจะช่วยเปลี่ยนกำแพงที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นพื้นที่จัดเก็บโดยไม่ทำให้เสียพื้นที่ทางเดิน การวางของในแนวตั้งนอกจากจะช่วยให้บ้านดูมีมิติและเป็นระเบียบขึ้นแล้ว ยังช่วยเปิดพื้นที่ข้างล่างให้โล่งจนเดินไปไหนมาไหนก็ไม่สะดุดกวนใจแน่นอน

6. เลือกเฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชัน

จะดีแค่ไหนถ้าเฟอร์นิเจอร์ตัวเดียวทำหน้าที่ได้มากกว่าหนึ่งอย่าง? ลองมองหาไอเทมที่ซ่อนฟังก์ชันจัดเก็บไว้ในดีไซน์สวยงาม อย่างตู้ LEDAMOT/เลดามูต ที่นอกจากจะใช้เก็บของได้จุใจแล้ว ยังช่วยคุมมูดแอนด์โทนของห้องให้ดูโมเดิร์นและเป็นระเบียบไปพร้อมกัน การเลือกใช้ของที่ทำได้หลายหน้าที่แบบนี้ คือทางลัดที่ช่วยให้บ้านหลังเล็กดูใหญ่ขึ้นได้แบบไม่ต้องทุบผนังเลย

7. จัดสายไฟและอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบ

สายไฟที่พันกันเหมือนรังนกทำให้บ้านดูรกและไม่ปลอดภัยเลย ลองเคลียร์บ้านให้โล่งโดยใช้กล่องเก็บสายไฟหรือที่รัดสายไฟรวบรวมอุปกรณ์เข้าด้วยกัน แล้วซ่อนไว้หลังโต๊ะหรือในตู้ให้แนบเนียน ความเรียบร้อยของสายไฟเล็กๆ น้อยๆ ช่วยเปลี่ยนมูดของห้องจากความวุ่นวายให้เป็นระเบียบแบบมือโปร แถมยังช่วยให้ทำความสะอาดพื้นได้ง่ายขึ้นเยอะ

8. ใช้โทนสีอ่อนให้บ้านดูโปร่งสบายตา

สีขาว ครีม หรือสีพาสเทลอ่อนๆ คือสีที่ช่วยขยายห้องได้ การใช้โทนสีสว่างกับผนังและเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่จะช่วยสะท้อนแสงไฟได้ดีกว่า ทำให้ห้องที่เคยดูทึบตันกลับมาสว่างและโปร่งสบายตา เมื่อมองไปแล้วไม่สะดุดกับสีที่มืดเกินไป ความรู้สึกโล่งกว้างก็จะตามมาเองโดยอัตโนมัติ เป็นทริกง่ายๆ ที่เปลี่ยนบรรยากาศบ้านได้ทันใจ

9. จัดพื้นที่เก็บของใต้เตียงหรือใต้เฟอร์นิเจอร์

อย่าปล่อยให้พื้นที่ใต้เตียงกลายเป็นที่สะสมฝุ่นเปล่าๆ ลองเปลี่ยนมาใช้เก็บของนอกฤดูกาลอย่างผ้านวมหนาๆ หรือเสื้อกันหนาว ใส่ไว้ในถุงใส่ของ DIMPA/ดิมป้า ที่ทั้งแข็งแรงและกันฝุ่นได้ดี ด้วยความที่เป็นถุงแบบแบนจึงสอดเก็บเข้าใต้เตียงหรือซอกตู้ได้พอดี เป็นการใช้พื้นที่ที่มองไม่เห็นให้เกิดประโยชน์ ช่วยคืนพื้นที่ในตู้เสื้อผ้าให้กลับมาโล่งขึ้นได้อีกเยอะ

10. จัดบ้านทีละห้อง ค่อยเป็นค่อยไป

การจัดบ้านให้โล่งทั้งหลังในวันเดียวอาจทำให้ถอดใจก่อนจะเสร็จ เคล็ดลับคือการตั้งเป้าหมายเล็กๆ เช่น “วันนี้จะเคลียร์แค่โต๊ะทำงาน” หรือ “พรุ่งนี้จะจัดชั้นวางรองเท้า” การค่อยเป็นค่อยไปจะทำให้ไม่เครียดเกินไปและมีกำลังใจทำต่อเมื่อเห็นผลลัพธ์ในแต่ละมุม ความสำเร็จทีละนิดจะรวมกันเป็นบ้านที่โล่งสะอาดตาในระยะยาว

11. สร้างนิสัยเก็บของทุกวัน

บ้านที่จัดมาอย่างดีจะกลับมารกได้ง่ายมากถ้าเราขาดการดูแล ลองสร้างนิสัย “หยิบมาจากไหน เก็บไว้ที่เดิม” หรือใช้เวลาแค่ 5 นาทีก่อนนอนเดินเช็กความเรียบร้อยรอบบ้าน การมีวินัยเล็กๆ น้อยๆ ทุกวันแบบนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ของสะสมจนกลายเป็นกอง ช่วยให้บ้านที่จัดไว้สวยๆ คงความโล่งโปร่งและน่าอยู่ไปได้อีกนานโดยไม่ต้องเหนื่อยเคลียร์บ้านให้โล่งบ่อยๆ

เปลี่ยนบ้านรกให้เป็นบ้านสุดรักที่โล่งโปร่งสบาย

การเคลียร์บ้านให้โล่งเริ่มง่ายๆ จากการตัดใจเคลียร์ของที่ไม่ใช้ทิ้งไป จากนั้นลองจัดระเบียบใหม่ด้วยการแยกของตามหมวดหมู่และเลือกใช้กล่องเก็บของที่ช่วยประหยัดพื้นที่ การดึงพื้นที่แนวตั้งมาใช้ร่วมกับเฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชันจะช่วยคืนพื้นที่ทางเดินให้บ้านดูกว้างขึ้น นอกจากนี้ การคุมโทนสีสว่างและจัดสายไฟยังช่วยเพิ่มความละมุนตา สุดท้ายแค่สร้างนิสัยเก็บของเข้าที่ทุกวัน บ้านก็จะน่าอยู่และเป็นระเบียบได้ยั่งยืนโดยไม่ต้องเหนื่อยจัดบ่อยๆ

อิเกียมีโซลูชันจัดเก็บสารพัดไอเดียและเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ให้เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ตามใจ ลองมาหาอินสไปเรชันใหม่ๆ เพื่อเนรมิตบ้านรกให้เป็นบ้านแสนรักในราคาสบายกระเป๋า แล้วจะรู้ว่าการจัดบ้านให้โล่งเป็นเรื่องง่ายและสนุกกว่าที่คิด

A wooden storage unit with a hanging DIMPA storage bag, a PÄRKLA storage case, and DUNDERGUBBE moving boxes.

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

อยากเคลียร์บ้านให้โล่งใน 1 วัน ต้องวางแผนยังไง?

เริ่มจากลิสต์ห้องที่รกที่สุดแล้วแบ่งเวลาเป็นชั่วโมงๆ เน้นเคลียร์ขยะชิ้นใหญ่ก่อน แล้วใช้กฎ “3 กล่อง” (เก็บ ทิ้ง บริจาค) เพื่อตัดสินใจโดยไม่ต้องลังเล การทำทีละส่วนจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ไวและมีกำลังใจทำต่อจนจบวัน

กฎ 90/90 ในการคัดของทิ้งคืออะไร?

คือการถามตัวเองว่า “90 วันที่ผ่านมาได้ใช้ไหม?” และ “90 วันข้างหน้าจะได้ใช้ไหม?” ถ้าคำตอบคือไม่ทั้งคู่ ก็ถึงเวลาตัดใจปล่อยวางได้เลย กฎนี้ช่วยให้เราเลิกเก็บของ “เผื่อใช้” ในอนาคตที่ไม่มีอยู่จริง และคืนพื้นที่ให้บ้านได้เลย

ตู้เสื้อผ้าเต็มจนล้น มีเทคนิคคัดออกยังไงดี?

ลองใช้ทริก “กลับหัวไม้แขวน” เสื้อตัวไหนที่ใส่แล้วให้แขวนกลับด้านปกติ พอผ่านไป 6 เดือน ตัวไหนที่ไม้แขวนยังหันผิดด้านอยู่แสดงว่าคุณไม่ได้ใส่แน่ๆ ให้คัดออกได้เลย วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าตัวไหนคือชุดเก่ง และตัวไหนที่แค่แขวนไว้เฉยๆ

เคลียร์เคาน์เตอร์ครัวให้โล่ง ต้องเก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ไหน?

เก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ทุกวันลงในตู้ล่างหรือลิ้นชักที่หยิบง่าย ส่วนเครื่องที่ใช้บ่อยให้จัดวางรวมกันเป็นโซน หรือใช้ชั้นวางเสริมแนวตั้งเพื่อซ้อนเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นไป การลดจำนวนของบนหน้าท็อปจะช่วยให้ครัวดูโปร่งและเช็ดทำความสะอาดง่ายขึ้นเยอะเลย

ทฤษฎีคอนมาริ (KonMari) คืออะไร?

ทฤษฎีคอนมาริ (KonMari) คือการจัดบ้านตามหมวดหมู่ (ไม่ใช่ตามห้อง) เน้นเก็บเฉพาะของที่ “ปลุกเร้าความสุข” (Spark Joy) เท่านั้น เริ่มจากเสื้อผ้าไปจนถึงของที่มีคุณค่าทางจิตใจ การขอบคุณสิ่งของก่อนทิ้งช่วยให้เราปล่อยวางได้ง่ายขึ้น และเปลี่ยนบ้านให้เหลือแต่ของที่เราชอบจริงๆ

ทำให้บ้านดูโล่งขึ้นได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีจัดระเบียบและเลือกไอเทมที่ช่วยให้การจัดเก็บเป็นเรื่องสะดวกมากขึ้น"
ทีมบรรณาธิการอิเกีย ประเทศไทย

สัมผัสสินค้า ทดลองใช้งานจริง ที่ IKEA ใกล้คุณ

พบกับสินค้าดีไซน์สวย ราคาคุ้มค่า ที่ให้คุณแต่งบ้านได้ในสไตล์ที่ต้องการทดลองใช้งานจริงก่อนตัดสินใจ

ค้นหาสาขา IKEA ใกล้คุณ