ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

แต่งบ้านสไตล์โคซี่ในแบบของกิมซ้ง

ห้องที่ทุกคนต่างก็อยากมี คือห้องที่ทำให้เรารู้สึกได้พักผ่อน และรู้สึกปลอดภัย การแต่งบ้านสไตล์โคซี่จึงเป็นตัวเลือกแรกๆ ในการสร้างบรรยากาศให้ห้องของเราน่าอยู่

เราจะแต่งบ้านให้ดูเป็นสไตล์ Cozy ได้ยังไงล่ะ?

องค์ประกอบหลักๆ ที่ทำให้การแต่งห้องของเราดูเป็นสไตล์ Cozy ก็คือ การเลือกใช้โทนสี การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ และที่ขาดไม่ได้เลยคือการจัดไฟภายในห้อง โดยบทความนี้จะมาบอกเล่าถึงประสบการณ์ในการเลือกสีให้เหมาะ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก และการเลือกใช้ไฟในการจัดห้อง

การเลือกสีให้เหมาะ

สำหรับสำหรับการเลือกใช้สีนั้นหากเลือกใช้มากเกินไปก็อาจทำให้ห้องดูรกกว่าปกติได้ แต่ถ้าหากน้อยเกินไปก็อาจจะทำให้ขาดชีวิตชีวา ดังนั้นการแต่งบ้านให้ดู Cozy ควรใช้สีสันที่เหมาะสมแต่ยังบาลานซ์ความรู้สึกอบอุ่นเอาไว้

ให้ลองนึกถึงการวาดภาพลงพื้นผ้าใบสีขาว การหยิบเอาทฤษฎีสีจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการเลือกแต่งห้องของเราได้ง่ายๆ ถ้าอยากให้ภาพวาดของเราออกมาดูอบอุ่น การเลือกสีที่เป็นโทนอุ่นก็ช่วยให้แต่งบ้านแนวโคซี่ได้ง่ายมากขึ้น เช่น สีส้ม หรือ สีเหลือง ในขณะที่ถ้าอยากให้ห้องดูเงียบสงบก็เลือกสีสันที่เป็นโทนเย็นเข้ามาตัดกัน เช่น สีฟ้า หรือ สีเขียว

สำหรับการแต่งบ้านให้ดู Cozy ควรจัดสมดุลระหว่างโทนร้อน และโทนเย็น หากยังนึกไม่ออกว่าควรจะเลือกใช้สีไหนมาก่อน สามารถเลือกสีที่ชอบขึ้นมาเป็นจุดเริ่มต้นการแต่งห้องของเราได้เลย โดยอาจคำนึงถึงเรื่องความเหมาะสมในการใช้งาน เช่น หากชอบสีโทนร้อนอย่างสีแดง และอยากใช้ในห้องนอน ก็อาจจะต้องบาลานซ์กับสีอื่นๆ เพื่อให้ห้องสามารถพักผ่อนได้มากขึ้น เพราะสีแดงจะทำให้เรารู้สึกตื่นตัวเมื่อเทียบกับสีโทนเย็น  

ในจุดนี้เราจะใช้ทฏษฎีสี 70:20:10 คือเลือกใช้สีพื้นอย่างสีขาว สีดำ หรือสีเอิร์ธโทน 70% ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้สีของห้องของเราดูไม่ลายตาจนเกินไป แล้วเลือกหยอดสีที่เราชอบ 20% และตัดด้วยสีตรงข้าม 10% เพื่อให้ห้องของเราดูบาลานซ์มากยิ่งขึ้น 

การเลือกใช้ไฟในการจัดห้อง

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับเรื่องสีหรือเรื่องเฟอร์นิเจอร์คือการวางไฟในห้อง สิ่งนี้ดูเป็นส่วนเล็กๆ แต่กลับช่วยเปลี่ยนมุมมองของห้องของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยการแต่งบ้านให้ดู Cozy ก็จะหนีไม่พ้นการเลือกสีไฟที่เป็น Warm Tone เพราะไฟสีโทนอุ่นแบบนี้แหละ จะช่วยให้ห้องของเราดูมีบรรยากาศสุด Cozy ผ่อนคลาย และสงบ ซึ่งเมื่อเทียบกับไฟสี Cool Tone หรือไฟฟลูออเรสเซนต์ มักจะกระตุ้นให้เราตื่นตัว และรู้สึกกระฉับกระเฉง เหมาะกับมุมที่ต้องใช้สมาธิ

การจัดไฟเบื้องต้นสำหรับเราคือเลือกวางไฟสี Warm Tone กระจายตามมุมห้อง เราแนะนำให้เลือกใช้ไฟห้อยเพดานที่เป็นสีโทนอุ่นอย่างสีส้มหรือสีเหลืองนวลจะช่วยสร้างบรรยากาศภาพรวมให้ดูอบอุ่น และเลือกวางโคมไฟแบบตั้งพื้นที่มุมห้องเพื่อให้แสงไฟกระจายแสงในระดับสายตา สุดท้ายเลือกวางโคมไฟแบบตั้งโต๊ะเพื่อกระจายแสงไฟในระดับที่ต่ำลงมา หากนำแนวคิดทั้งสามข้อนี้มาใช้ เท่านี้การแต่งบ้านสไตล์ Cozy ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว!  

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก

วัสดุที่เหมาะกับการแต่งบ้านให้ดู Cozy หนีไม่พ้นการใช้วัสดุที่เป็นไม้อย่างแน่นอน แต่นอกเหนือจากไม้แล้ว พวกวัสดุอย่างผ้าหรือหนังก็ช่วยทำให้ห้องของเราดูนุ่มนวลขึ้นด้วย อย่างในห้องนี้เราชอบสีเขียวเป็นทุนเดิม เลยเลือกเป็นสีเขียวเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักในห้อง นั่นก็คือโซฟา โดยปกติแล้วเฟอร์นิเจอร์หลักที่เราใช้ประจำจะถือว่าเป็นตัวกำหนดภาพรวมของห้อง เช่น โซฟา เตียง โต๊ะกลาง หรือ พรม พอเราได้โซฟาที่เป็นสีเขียวแล้ว เราเลือกวางบนกำแพงสีขาว และพื้นลายไม้ ตัดด้วยสีโทนร้อน อย่างสีแดงหรือสีเหลืองเพื่อเติมชีวิตชีวาในมุมนั่งเล่น

ซึ่งตัวสีเขียวเป็นสีที่สบายตาอยู่แล้วนั้น อย่างตัวโซฟาเราเลยเลือกใช้วัสดุเป็นผ้าที่มี Texture ลายริ้วที่ดูไม่น่าเบื่อ และหมอนอิงก็เลือกเป็นวัสดุผ้าที่มีความด้านตัดกันเพื่อให้ดูลงตัว สร้างให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย เป็นสีที่เลียนแบบธรรมชาติจากต้นไม้ เหมาะกับการแต่งบ้านสไตล์ Cozy ซึ่งด้วยแนวที่หยิบยืมมาจากธรรมชาติตรงนี้ เราเลยสามารถแมตช์เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้ได้ดี ห้องของเราก็จะกลมกลืนไปกับธรรมชาติ และสร้างบรรยากาศที่ดูโคซี่ และอบอุ่นขึ้นมาได้

วัสดุที่ไม่ควรนำมาเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักคือวัสดุที่มีความมัน เงา หรือสะท้อนแสงได้ดี เพราะวัสดุประเภทนี้มักใช้ในสำนักงานหรืออาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถใช้วัสดุแบบอื่นในห้องของเราได้ แต่ให้เลือกใช้ให้เหมาะสม เพราะวัสดุพื้นผิวที่หลากหลายเมื่อนำมาตัดกัน ก็จะสร้างความบาลานซ์ให้ห้องดูมีลูกเล่นตามความชอบส่วนตัวของแต่ละคนได้เช่นกัน มาถึงตรงนี้แล้วการแต่งบ้านแนวโคซี่ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม

แล้ว Cozy style กับ Minimal Style ต่างกันยังไง?

หลายคนอาจจะยังสับสนกับการแต่งบ้านสองประเภทนี้ ซึ่งการแต่งบ้านสไตล์ Cozy แตกต่างจากแนว Minimal ตรงที่เราสามารถใส่ไอเทมเข้ามาในห้องได้อย่างอิสระ เนื่องจากแนวคิดของสไตล์แนวมินิมอล คือการแต่งห้องแบบน้อยแต่มาก ซึ่งจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นเท่านั้น จุดนี้จะทำให้ห้องของเรามีความโล่ง เปิดสเปซพื้นที่ชัดเจน แต่สไตล์โคซี่เราจะไม่ได้โฟกัสแค่เฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นที่จำเป็น จึงเปิดอิสระในการแต่งห้อง และเลือกของที่เราชอบลงไปในห้องเพื่อสร้างพื้นที่แห่งความปลอดภัย และอบอุ่นของตัวเองได้

ซึ่งเราสามารถเริ่มแตกจากแนว Minimal ก่อนได้ แล้วขยับปรับเปลี่ยนสไตล์การแต่งห้องของเราตามช่วงเวลา และอายุ เพราะความชอบของเราก็เปลี่ยนได้ตามกาลเวลา

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก
การเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก

สำหรับห้องของเรา...

เรามีแนวคิดที่ว่าอยากให้เป็นห้องที่เติบโตไปพร้อมกับเรา คือไม่จำเป็นต้องเร่งให้ห้องของเราเสร็จสมบูรณ์ แต่เลือกที่จะอยู่กับความไม่สมบูรณ์แล้วค่อยๆ เติมสิ่งขาดทีละเล็กละน้อย ให้ตัวตนของเราแทรกเข้าไปอยู่ในห้อง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกหนังสือใส่บนชั้น เลือกต้นไม้ที่ชอบทีละต้น หรือแม้แต่โปสเตอร์จากการไปเที่ยวที่ต่างๆ เราว่านี่ก็เป็นอีกทริกที่ทำให้การแต่งบ้านให้ของเราดู Cozy ขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย

Cozy style กับ Minimal Style ต่างกันยังไง?
Cozy style กับ Minimal style ต่างกันยังไง?
Cozy style กับ Minimal style ต่างกันยังไง?
Cozy style กับ Minimal style ต่างกันยังไง?
Cozy style กับ Minimal style ต่างกันยังไง?

 ㅤ

"ในปีที่โควิดระบาด ทุกคนต้องกักตัวอยู่แต่ในห้อง เราจึงเริ่มแต่งห้องเพื่อใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ คอยจัด และคอยเก็บละอันพันละน้อย ห้องจึงเติบโตพร้อมกับผู้เขียนตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา ทั้งจากหนังสือที่อ่าน หนังที่ดู เพลงที่ฟัง ถูกหยิบจับอัตตาอัดลงในห้องกล่องสี่เหลี่ยม"

ปัจจุบันยังเติมอัตตาให้ทั้งตัวเอง และสะท้อนออกมาในห้องอย่างไม่ลดละ รู้ตัวอีกทีก็มีผู้ติดตามบนช่องทางออนไลน์คอยดูการเติบโตไปพร้อมๆ กัน จากเด็กที่จบการตลาดสู่คนที่หลงรักการแต่งบ้านขึ้นมาเป็นชีวิตจิตใจ

 

วัชนันทน์ เจียมวิจิตรกุล (กิมซ้ง)
@gimzong_

ผู้เขียน

เยี่ยมชมอิเกีย ใกล้บ้านคุณ

สัมผัสประสบการณ์แต่งบ้านแบบครบวงจร เลือกดูเฟอร์นิเจอร์ที่ใช่ ทดลองใช้งานจริง และรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ดูสโตร์ใกล้บ้าน